sakkarin suttisarn

photography , media arts , management , writing

Exhibition Review: “BOO!” ก็ผู้หญิงคนหนึ่งนี่แหละนะ

     ภาพถ่ายสำหรับทุกคนเชื่อว่ามีความหมายและคุณค่าต่อมันที่แตกต่างกัน  ทุกครั้งที่เราแนบสายตาเข้ากับวิวไฟเดอร์แล้วจรดนิ้วกดชัตเตอร์นั้น ช่วงเวลาที่อยู่เบื้องหน้าราวกับจะถูกหยุดและบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มหรือเซนเซอร์รับแสงตามแต่กล้องที่แต่ละคนใช้งาน และเราจะมองภาพถ่ายนั้นด้วยความรู้สึกแบบไหน คนที่มาดูภาพถ่ายของเรานั้นจะรู้สึกเช่นเดียวกับเราหรือไม่ ตามแต่ละคนก็ล้วนมีความรู้สึกต่อภาพนั้นๆที่อาจเหมือนหรือแตกต่างไปตามประสบการณ์ร่วมที่มีต่อภาพนั้น และสถานะที่ภาพถ่ายนั้นเป็นอยู่ ความทรงจำที่สนุกสนานของผู้ถ่ายหรือความต้องตาต้องใจทางศิลปะ ภาพหนึ่งใบล้วนทำหน้าที่นั้นได้ทั้งสิ้น เจ้าของภาพใบนั้นจะรู้หรือไม่ว่าการเดินทางของภาพถ่ายของเขาจะเดินทางไปไกลขนาด มันจะจบที่ลิ้นชักหรือสมุดไดอารี่เล่มเล็กๆที่หยิบขึ้นมาดูยามคิดถึง บนเฟสบุ๊คที่เต็มไปด้วยบทสนทนาอันสนุกสนานของเพื่อนฝูงที่มีประสบการณ์ร่วมกัน หรือเป็นบนกำแพงแกลอรี่ศิลปะท่ามกลางสายตาคนแปลกหน้าที่เข้ามาชื่นชมซึ่งมันอาจมาไกลกว่าที่เราคิดเมื่อยามกดชัตเตอร์นั้น ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้สำหรับการเดินทางของภาพถ่ายใบหนึ่ง แล้วสิ่งไหนล่ะ ที่ดีต่อใจสำหรับผู้ถ่ายภาพใบนั้น เขาจะฉีกยิ้มกว้างที่สุดเมื่อภาพถ่ายนั้นอยู่ ณ ที่ไหน จากความสัมพันธ์กับเจ้าของงานชิ้นหนึ่งและการเติบโตที่นำพางานของเธอมาไกลกว่าเจตนา ที่ทำให้ผู้เขียนเองอยากอุทิศบทวิจารณ์นี้ให้แก่ความสุขจากภาพถ่ายของเธอที่มอบให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น

     ผมกำลังพูดถึงผลงานภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ แกลอรี่ CASE Space Revolution ย่านสุขุมวิท เธอไม่ใช่ช่างภาพ ไม่ใช่ศิลปิน เธอไม่มี CV ทางศิลปะ เธอเป็นผู้หญิงสาววัยรุ่นธรรมดาๆที่มีอาชีพเป็นนางพยาบาล และนี่เป็นนิทรรศการภาพถ่ายครั้งแรกของเธอ ครั้งแรกที่ภาพจำนวนมากมายในชีวิตมันจะออกมาอวดสายตาผู้คนจำนวนมากที่เธอไม่เคยรู้จัก เธอจะกังวลมากน้อยแค่ไหน เขินอายดังการเปล่าเปลือยเหมือนภาพถ่ายของเธอหรือไม่ ณ เวลานี้ ตัวตนของเธอคงไม่เกี่ยวข้องอีกแล้วเพราะภาพถ่ายมันจะทำหน้าที่ของมันเอง เมื่อเราเดินขึ้นไปตามทางเดินชั้น 2 ของร้าน Broccoli Revolution เราจะพบกับห้องแกลอรี่เล็กๆที่มีสัดส่วนพอเหมาะเปิดประตูเข้าไปในห้องรูปตัว C เมื่อมองตรงไปจะพบภาพถ่ายขนาดต่างๆคละกันจำนวนมากที่เรียงตัวบนกำแพงสีขาว อีกด้านเป็นคำอธิบายตัวงานเพื่อให้เราเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ รูปself portrait ของเธอในชุดนักศึกษาพยาบาลหันกล้องnikon fm2 เหมือนกับเธอกำลังจะถ่ายรูปทุกคนที่เข้ามาทักทายเธอในงานครั้งนี้ รูปภาพทอดยาวไปตามแนวกำแพงเล่าเรื่องแบบ Timeline ที่ทำให้เรามองเห็นถึงพัฒนาการการเติบโตของเธอในฐานะหญิงสาวและการถ่ายภาพไปพร้อมๆกัน ภาพถ่ายบอกเล่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอทั้งภาวะแวดล้อมที่บ้าน หอพัก ผู้คน โดยเฉพาะเพื่อนฝูงซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นผ่านภาพถ่ายหลายภาพ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นความทรงจำในชีวิตเธอที่ผ่านเข้ามาและเธอจดจำมันทั้งในความทรงจำและแผ่นฟิล์ม timeline นี้ลื่นไหลไปอย่างเพลิดเพลิน และทำให้เราสนุกกับการร้อยเรียงเรื่องราวในนั้นมากกว่าความงามที่มีอยู่ตัวภาพ ก่อนจะสิ้นสุดกำแพงสีขาวด้วยรูปภาพself portrait ตัวเธอในชุดนอนหน้ากระจกเงาใบใหญ่ แล้วเมื่อหันกลับไปมองตามทางที่เดินมาจะเห็นภาพทางเดินในอาคารหอพักนักศึกษาของเธอเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าเราได้เดินทางมารู้จักเธอในด้านหนึ่งแล้ว และเป็นการส่งท้ายเราไปสู่งานต่อไปของเธอ

ถัดไปอีกเพียงด้านหนึ่ง สีขาวของกำแพงถูกแทนด้วยสีชมพูสด กับภาพหญิงสาวในอิริยาบทต่างๆที่ปลดเปลื้องโชว์บางส่วนของร่างกายบางส่วนพอประมาณ สลับกับพรอทเทรดของตัวแบบ และไฟห้อยระยิบระยับ ให้แสงและบรรยากาศราวกับห้องนอน บริเวณนี้เราอาจจะรู้สึกตื่นเต้นกับภาพที่ออกมาค่อนข้างวาบหวามบวกกับมายาคติที่เราติดมาจากการได้รับรู้ว่าเธอเป็นพยาบาล ในเวลานั้นมายาคติของภาพนางพยาบาลที่เคยติดหัวตั้งแต่วัยเด็กที่หลายคนทั่วไปคงคิดไม่ต่างกันคือความเรียบร้อยสดใสขาวสะอาดบริสุทธิ์ ย้อนแย้งกับภาพถ่ายบนผนังสีชมพูที่ดูห้าวหาญ แก่นเซี้ยว ช่างกล้าอะไรขนาดนี้ ซึ่งคงทำให้ผู้เข้าชมต้องหันกลับไปมองภาพถ่ายที่ผนังสีขาวอีกครั้ง เพื่อย้ำให้ตัวเองแน่ใจว่าคืองานของคนเดียวกัน ในส่วนนี้งานถูกแบ่งเป็น 2 part คืองานที่ทำในระหว่างช่วงการศึกษา และงานชุดล่าสุดที่ทำเพิ่มขึ้นมาเพื่อนิทรรศการครั้งนี้ซึ่งเป็นงานที่แสดงถึงพัฒนาการที่เติบโตของตัวเธอที่มีต่อการถ่ายภาพ การใช้ภาพที่มีลักษณะคมคาย กล้าหาญมากขึ้น แต่ก็ยังติดลายเซ็นต์แบบตัวเธอผ่านทางมุมกล้องที่แปลกตา แม้อาจจะขัดจากองค์ประกอบทางศิลปะการถ่ายภาพที่ร่ำเรียนมาของหลายๆคน แต่ภาพถ่ายของเธอก็ทำงานของมันเองอย่างสมบูรณ์ จุดนี้นอกจากตัวเธอเองแล้ว ต้องชื่นชมภัณฑารักษ์และผู้ติดตั้งงานที่หยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาเรียงร้อยเป็นงานนิทรรศการที่มีความลงตัวงานหนึ่งได้

     เป็นเวลาค่อนข้างนานที่ผู้เขียนได้รู้จักเจ้าของผลงานผ่านภาพถ่ายของเธอในโซเชียลมีเดียและทำให้ผู้เขียนซึ่งในเวลานั้นกำลังอ่อนล้ากับการถ่ายภาพซึ่งเป็นอาชีพเลิ้ยงปากเลิ้ยงท้องรู้สึกชื่นชมและอิจฉาเล็กๆในการถ่ายภาพของเธอที่เต็มไปด้วยความเป็นอิสระ ปราศจากกฎเกณฑ์ของทัศนศิลป์ภาพถ่ายและมีกลิ่นของความสนุกสนานอบอวลแทรกไปทั่วภาพถ่ายนั้น ความสนุกสนานจากการถ่ายภาพของเธอนั้นไม่ได้ต่างจากเด็กวัยรุ่นทั่วไปในยุคนั้นที่มักจะนิยมถ่ายภาพชีวิตประจำวัน เพื่อนฝูงหรือสิ่งที่ชอบอย่างไร้ความหมาย ปล่อยให้มันไปตามอารมณ์และจิตนาการที่เกิดขึ้นยามนั้น หน้าตาบูดเบี้ยวยามเผลอของเพื่อนร่วมห้อง การหยอกล้อแบบผู้หญิงกับผู้หญิง พุ่มไม้ที่เธอคิดว่ามันเจ๋งดี หรือพรอทเทรดเก๋ๆ ตามใจเพื่อนฝูง เหล่านี้มันอาจไม่แตกต่างกับคนอื่นๆที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก เพียงแต่งานของเธอมีลักษณะที่ประกอบด้วยความหลากหลายที่น่าสนใจ ทั้งภาพที่ดูจะเล่าเรื่องราวหรืออะไรไม่ได้เลย หรือภาพกึ่งนู๊ดเพื่อนฝูงในหอพักที่ถ่ายกันยามว่าง ภาพเหล่านี้ล้วนถูกสื่อสารผ่านมุมมองและสายตาที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอโดยที่ไม่ได้มีการวางกรอบแนวคิดหรือแรงบันดาลใจพิเศษใดๆนอกจากความสนุกที่ได้ทำ ทั้งอุปกรณ์ที่เลือกใช้ ถึงเธอจะเลือกใช้ฟิล์มในการทำงานเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากเหตุผลที่มันง่ายและสะดวกสำหรับเธอ นั้นอาจเป็นเหตุใหญ่ๆที่งานของเธอมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจกับผู้ที่ได้ชม ความสด ความสนุกและความจริงใจต่อทุกๆภาพที่ถ่าย จนพาเราสนุกสนานไปกับภาพถ่ายของเธอแตกต่างไปจากนิทรรศการภาพถ่ายที่เราเคยสัมผัสมา ชวนให้เราต้องค่อยๆพินิจเพื่อปะติดปะต่อภาพต่างๆให้กลายเป็นภาพใหญ่ที่ทำให้เราเข้าใจในตัวเธอ แม้งานของเธอไม่ได้แต่งเติมด้วยองค์ประกอบความงามทางศิลปะภาพถ่ายแบบที่ควรจะเป็น แต่มันก็ทำหน้าที่แบบที่ภาพถ่ายควรจะเป็นอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ในฐานะช่างภาพ ไม่ใช่ในฐานะศิลปิน ไม่ใช่ในฐานะนางพยาบาล ไม่ได้เป็นเฟมินิสต์ ไม่ใช่หลายๆฐานะที่ทุกคนคาดหวังให้มันเป็น “ต้องเป็น” เพราะสุดท้ายแล้วแก่นแท้ของภาพถ่ายของเธอนั้นทำหน้าที่ในฐานะของตัวเธอเอง ความสนุกในช่วงชีวิตเวลาหนึ่ง ความสัมพันธ์ของเพื่อนที่ผ่านไปตามกาลเวลา ความทรงจำของเด็กสาวในช่วงที่ผ่านมา และอาจไม่มีอะไรเคลือบแฝงไปกว่านั้น

‘BOO!’ คือชื่อนิทรรศการศิลปะโดย ‘พนิดา ศรีใจ’ เป็นนิทรรศการเดี่ยวจัดแสดงที่ CASE Space Revolution ชั้น 2  Broccoli Revolution  ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง - 18 มีนาคม 2560

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017Boo!, Solo exhibition at CASE Space Revolution, Bankok Thailand, 2017

Mar 9, 2017
2017 views

Other journal

  • “Meeting Myself Coming” 300 กิโลเมตรของภาพถ่ายที่เปลี่ยนผ่าน

    หนึ่งในความทรงจำกับสายน้ำที่นำพา  Wei Wu ช่างภาพสาววัย 24 ปีเดินเท้าลัดเลาะเรียบแม่น้ำฟูนันจากบ้านเกิดของเธอในมณฑลเสฉวนของจีนสู่ปากแม่น้ำเป็นระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร การเดินทางที่ยากลำบากนี้นำพา Wei Wu ไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานชุด Meeting Myself Coming  ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความทรงจำของชีวิตในวัยเด็กของเธอผู้คนในครอบครัวที่เธอผูกพันธ์ แต่มากกว่านั้นมันเป็นสิ่งที่หล่อหลอมเธอในฐานะศิลปิน

    sakkarin suttisarn
    Jan 12, 2017
    639 views

About

Assistant Lecturer at BACHELOR OF FINE ARTS PROGRAMME IN PHOTOGRAPHIC ART
Chiang Mai University, Thailand

CV Download
Contact
e-mail: [email protected]
Website
http://www.cmphotofest.com/